รีวิวหนัง Ransomed | คู่ระห่ำ ไถ่ข้ามโลก (2023)

Ransomed เป็นภาพยนตร์ที่ถูกจับตาเข้ากลุ่มเป็นหนึ่งใน BIG 4 ของหนังที่ออกฉายซัมเมอร์นี้ ร่วมกับ Smugglers, The Moon และ Concrete Utopia ก็เพราะ
Ransomed เป็นภาพยนตร์ที่ถูกจับตาเข้ากลุ่มเป็นหนึ่งใน BIG 4 ของหนังที่ออกฉายซัมเมอร์นี้ ร่วมกับ Smugglers, The Moon และ Concrete Utopia ก็เพราะด้วยชื่อชั้นของนักแสดง ฮาจองอู กับ จูจีฮุน ระดับตัวพ่อที่สร้างความประทับใจใน Along With the Gods ทั้งสองภาคร่วมกันมาแล้ว เที่ยวนี้มาเป็นคู่หูจำเป็นเสิร์ฟความมันส์และฮา ไปกับหนังแนวบล็อกบัสเตอร์แอ็คชั่นคอมเมดี้ผจญภัยสุดอันตรายในแดนไกลถึงตะวันออกกลาง สร้างสรรค์โดยผู้กำกับ คิมซองฮุน (ผลงานซีรีส์ Kingdom) ซึ่งผลตอบรับก็เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานความสนุกทั่วไป ที่อาจไม่ได้ว้าวหลุดกรอบเดิม ๆ นัก

เรื่องย่อ Ransomed | คู่ระห่ำ ไถ่ข้ามโลก (2023)

Ransomed ถูกเขียนเรื่องและสร้างขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง ที่มีฑูตเกาหลีถูกลักพาตัวไปในกรุงเบรุตของเลบานอนในปี 1986 และมีการไถ่ตัวคืนด้วยเงินจำนวนหนึ่ง แต่ทว่าตลอดสองชั่วโมงของ Ransomed ล้วนเป็นงานบันเทิงที่สร้างเสริมเติมแต่งขึ้นทั้งสิ้น
เมื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศแผนกงานตะวันออกกลางที่ย่ำต๊อกอยู่นในตำแหน่งนี้มา 5 ปีแล้ว อีมินจุน (รับบทโดย ฮาจองอู) ได้รับสายส่งสัญญาณเป็นรหัสขอความช่วยเหลือ ซึ่งเชื่อได้ว่ามาจาก โอแจซอก (รับบทโดย อิมฮยองกุก) ฑูตที่ถูกลักพาตัวไปปีกว่าแล้วในสภาพไร้ข่าวคราว และไร้ผู้ออกมาอ้างความรับผิดชอบ
Ransomed1
ในขณะนั้นเป็นยุครัฐบาลเผด็จการของ นายพลชอนดูฮวาน ที่กำลังเตรียมงานใหญ่อยู่ ทั้งเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเสนอชิงงานเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาลิมปิดฤดูร้อน ถ้ามีข่าวว่าฑูตเกาหลีถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ก็จะเป็นเรื่องขายหน้าเสียเครดิตประเทศ การดำเนินการจึงอยู่ในความรับผิดชอบแบบเงียบ ๆ ของรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ชเวกวังซู (รับบทโดย คิมจงซู) โดยมี ผอ.ของ KCIA (รับบทโดย คิมอึงซู) พยายามจะเข้ามาแทรกแซงแย่งงานไป เพราะยุคนั้นหน่วยงานสำนักงานความมั่นคงนี้มีอิทธิพลมาก
อย่างไรก็ตาม อีมินจุน อาสาจะรับหน้าที่เดินทางไปนำส่งค่าไถ่และรับตัว ฑูตโอแจซอก กลับเกาหลีเอง โดยจะเป็นปฏิบัติการเงียบ ๆ ไม่เป็นทางการ ใช่ว่าเขาเป็นคนเก่งหรือดาวเด่นในกระทรวงหรอกนะ แต่เขายื่นข้อเสนอกับ หัวหน้าพัคซึงโฮ (รับบทโดย พัคฮยอกควอน) ว่าถ้าเขาทำสำเร็จต้องทำเรื่องย้ายเขาไปประจำอยู่สหรัฐอเมริกา สถานฑูตที่มีแต่คนโปรไฟล์ดีเด่นเท่านั้นถึงได้สิทธิพิเศษ ภารกิจนี้จึงเป็นไปตามชื่อเรื่องดั้งเดิมว่า Unofficial Operation คือเป็นปฏิบัติการฉายเดี่ยวโดยอีมินจุน ภารกิจที่ต้องไม่ตกเป็นข่าว
เส้นทางความช่วยเหลือที่ได้รับแนะนำต่อเป็นทอด ๆ จาก ริชาร์ด คาร์เตอร์ (รับบทโดย Burn Gorman) อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่เชี่ยวชาญตะวันออกกลาง ให้ไปหา เฮย์ส ไชโต ชาวสวิสซึ่งถนัดงานคนกลางจัดการค่าไถ่ เขาจะแนะนำ คาริม (รับบทโดย Fehd Benchemsi) คนเลบานอนที่จะช่วยประสานงานในพื้นที่ เมื่ออีมินจุนถือเงินก้อนแรก 2.5 ล้านเหรียญไปถึงเบรุต
Ransomed2
นับจากย่างเท้าลงสนามบินเบรุต สมควรเปลี่ยนชื่อจาก Unofficial Operation เป็น Unexpected Operation เพราะงานนี้หินเกินกว่าที่คิด ชีวิตที่ต้องอยู่ในอันตรายของอีมินจุนไม่ได้มีเวลาพักหายใจกันเลย เปิดฉากสู่งานแอ็คชั่นยิงยาวให้ตื่นเต้นไปตลอดเรื่อง อีมินจุนต้องหอบเงินหนีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินที่ตามได้กลิ่นเงิน ตามแผนเดิมเขาต้องขึ้นรถแท็กซี่ที่ถูกเตี๊ยมไว้ แต่ความทุลักทุเลพาเขาต้องเลือกทางรอดที่ไวสุดไว้ก่อน ด้วยการโดดขึ้นรถแท็กซี่ตรงหน้า ซึ่งโชเฟอร์ก็คือ คิมพันซู (รับบทโดย จูจีฮุน) คนเกาหลีที่ไปทำมาหากินในเบรุต เหมือนว่าโชคดีจังเลย
การได้ คิมพันซู เป็นที่พึ่งเพื่อพาไปหา คาริม ตามนัด กลับกลายเป็นหายนะ หารู้ไม่ว่าคนเกาหลีก็อันตรายได้เหมือนกัน เนื่องจากคิมพันซูมีอาชีพเสริมเป็นเป็นมิจฉาชีพน่ะสิ ทั้งถนัดขูดรีด ปอกลอก และฉกชิงทรัพย์ มีเพียงเงินเท่านั้นที่เขาต้องการ
หลังจาก อีมินจุน ถูกหักหลังและเผชิญเหตุที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง ตัวประกันไม่ได้คืน เงินสูญ ถูกตัดความช่วยเหลือ แต่ก็ยังถูกตามล่าเงินจากหลายกองกำลังติดอาวุธ สถานการณ์วิกฤติที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด ก็ได้ คิมพันซู นี่แหละที่หวนกลับมาช่วยเหลือด้วยเสี้ยวสำนึกเล็ก ๆ ในใจหลังถูกแฟนสาวตำหนิ บวกกับข้อเสนอใหม่จากอีมินจุนที่จูงใจดีกว่าเงิน คือวีซ่าไปสหรัฐอเมริกา (อีมินจุนช่างเรียนรู้ได้ไวดีเหมือนกันเนอะ! 555)
นับจากนั้น ทั้งคู่จึงกลายเป็นคู่หูเฉพาะกิจ ระหกระเหินเดนตาย ซิ่งแท็กซี่ตะลุยเอาชีวิตรอดกลางเมืองคนดุ ยิงสาดกระหน่ำใส่กันเป็นว่าเล่น นานาอุปสรรคก็ดาหน้ามาไม่แพ้ห่ากระสุน แม้แต่แบ็คอัปรัฐบาลเกาหลีเองก็ยังหักหลังเขาอีก แล้วพวกเขาจะช่วยตัวประกันได้สำเร็จหรือไม่ …ต้องไปติดตาม
เรียกได้ว่าเป็นงานตั้งอกตั้งใจบันเทิงแอ็คชั่นจริง ๆ จัดมาเต็มแม๊กซ์และยิงยาวต่อเนื่องมาก ความมันส์ก็คงสอบผ่านค่ะ (ชวนแอบขำเล็ก ๆ ในความ Contrast ของการจั่วหัวเป็นภารกิจเงียบ ๆ แต่พอภารกิจลงสนามแล้วช่างเสียงดังตูมตามมาก 555) แต่ไม่ได้เน้นเรื่องราวของตัวประกัน บทออกแบน ๆ ด้วยซ้ำ เรื่องราวการพัฒนาความสัมพันธ์ของ อีมินจุน กับ คิมพันซู ก็ไม่ได้มีมิติขยายอะไรให้น่าสนใจ เป็นแบบรวบรัดไว ๆ ที่หยอดท้ายเรื่องไว้ก็เกือบ ๆ อิน แต่ก็ยังมีความผิว ๆ อยู่ดี เลยทำให้หนังไม่ค่อยมีเลเยอร์เนื้อหาอะไรเลย
ส่วนบทฮาหรือมุกแอ็คชั่นขำ ๆ ก็ค่อนข้างจำเจนะ ถ้าเป็นคอหนังแนวนี้ก็คงดูว่าจืดไปเสียแล้ว งั้นคงต้องยกคะแนนทั้งหมดไปให้กับงานแอ็คชั่น ฉาก โลเคชั่นแทนแล้วกัน เรื่องนี้ถ่ายทำที่โมร็อคโคแทนเลบานอน การเตรียมงานคงไม่ง่ายนัก และการถ่ายทำที่ยาวนาน ทีมงานต้องอึดทุ่มเทกันน่าดูเลย
ฮาจองอู เองกับบทแบบนี้ก็เป็นงานแสดงที่คุ้นตา ทีมภาครัฐของเกาหลีก็ฟิลเดิม ๆ มีแต่ จูจีฮุน เท่านั้นที่พอจะชูรสได้สีสันจากลุคฉูดฉาดกระล่อนยียวน หุ่นแน่น ๆ ในชุดฟิต ๆ ก็ชวนอมยิ้มละ การพูดภาษาท้องถิ่นรัว ๆ ของเขาที่เราฟังไม่ออก แต่ชวนขำได้เพราะนึกถึงที่เขาบอกในงานแถลงข่าวว่า คิดว่าตัวเองพูดภาษาต่างดาวอยู่ตลอด จูจีฮุนเล่นเรื่องนี้ได้มีเสน่ห์ดีเลยค่ะ

ตัวอย่างหนัง คู่ระห่ำ ไถ่ข้ามโลก (2023)

ติดตามบทความที่น่าสนใจเรื่องอื่นๆได้ที่ animekimi.net
Scroll to Top